ฝรั่งเศสกำหนดเมืองมาร์แซย์ “เสี่ยงสูงสุด” จากโควิด-19

รัฐบาลฝรั่งเศสสั่งปิดร้านอาหารและบาร์ทั้งหมดในเมืองมาร์แซย์ ตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์นี้ เพราะถือเป็น “เขตอันตรายสูงสุด” จากโรคระบาดโควิด-19 และกำหนดเวลาทำการของสถานประกอบการแบบเดียวกันในเมืองใหญ่อีกหลายแห่ง รวมถึงกรุงปารีส

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ว่านายโอลิวิเยร์ เวร็อง รมว.กระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศส แถลงเมื่อวันพุธ เกี่ยวกับสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศ ว่าสถิติผู้ติดเชื้อสะสมมีอย่างน้อย 481,141 คน เพิ่มขึ้น 13,072 คนในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา รักษาหายแล้ว 93,538 คน เพิ่มขึ้น 530 คน และเสียชีวิตอย่างน้อย 31,459 คน เพิ่มขึ้น 43 คน
 
ทั้งนี้ เวร็องยืนยันว่ารัฐบาลยังไม่มีมาตรการล็อกดาวน์ทั้งประเทศเป็นครั้งที่สอง ในระดับเข้มงวดแบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นระหว่างเดือนมี.ค. ถึงพ.ค. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม รมว.กระทรวงสาธารณสุขของฝรั่งเศสอัปเดตแผนที่ “โซนอันตราย” หรือพื้นที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยกรุงปารีสและพื้นที่ปริมณฑล ตลอดจนเมืองใหญ่อีก 8 แห่งรวมถึงลีลและตูลูซ ถือเป็น “เขตอันตรายเพิ่มเติม” มีสัญลักษณ์เป็นสีแดงเข้ม

ขณะที่หมู่เกาะกัวเดอลุปในทะเลแคริบเบียน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศส และเมืองมาร์แซย์ เมืองใหญ่อันดับ 2 ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศ เป็น 2 พื้นที่ ณ เวลานี้ ซึ่งถือเป็น “เขตอันตรายสูงสุด” มีสัญลักษณ์เป็นสีเลือดหมู
 
สำหรับข้อบังคับเพิ่มเติมของเมืองที่ถือเป็นเขตสีแดงเข้มนั้น นับตั้งแต่วันจันทร์ที่ 28 ก.ย. นี้ ร้านอาหาร ผับและบาร์ ต้องปิดภายในเวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ( 03.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย ) การรวมกลุ่มในสถานที่สาธารณะต้องไม่เกิน 10 คน และงานขนาดใหญ่ อาทิ การแข่งขันกีฬา อนุญาตให้มีผู้เข้าชมหรือผู้ร่วมงานไม่เกิน 1,000 คน
 
อย่างไรก็ตาม พื้นที่สีเลือดหมูต้องเผชิญกับมาตรการเข้มข้นกว่า นั่นคือร้านอาหาร ผับและบาร์ “ต้องปิดบริการ” ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 26 ก.ย. นี้ โดยอนุญาตเฉพาะบริการจำหน่ายกลับบ้านเท่านั้น ส่วนการจำกัดการรวมตัวนอกสถานที่ใช้เกณฑ์เดียวกับกลุ่มสีแดงเข้ม มาตรการทั้งหมดมีผลบังคับใช้ “อย่างไม่มีกำหนด” แต่รัฐบาลจะประเมินสถานการณ์ทุก 2 สัปดาห์